Knowledge
icon share

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

Namwhan 2025-04-01 17:59:01
บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงความมั่นคงของอาคาร โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมที่อาจกังวลว่าโครงสร้างอาคารแข็งแรงพอหรือไม่? และมาตรฐานความปลอดภัยที่ใช้อยู่เพียงพอจริงหรือเปล่า? 

 

บทความนี้จะพาไปดูบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ทั้งในมุมของดีเวลอปเปอร์ ที่ออกแบบและก่อสร้างโครงการให้รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น มุมของนิติบุคคล ที่มีบทบาทในการดูแลลูกบ้านหลังเกิดเหตุ และผู้ซื้อที่ควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานโครงสร้าง เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว 

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

บทเรียนจากแผ่นดินไหวของดีเวลอปเปอร์อสังหาฯ 

เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อคอนโดหลายแห่ง ทั้งตัวอาคาร ห้องพักอาศัย และพื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นผนังแตกร้าว ฝ้าเพดานถล่ม หรือกระจกแตก ซึ่งทุกโครงการจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากวิศวกรก่อนว่าโครงสร้างหลักได้รับผลกระทบหรือไม่? เมื่อได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว จึงอนุญาตให้ลูกบ้านกลับเข้าพักอาศัยได้ตามปกติ

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญว่าโครงสร้างไม่ได้รับความเสียหาย แต่หลายคนยังคงกังวลใจและมีคำถามมากมาย เช่นเดียวกับในไลน์กลุ่มคอนโดของแอด ที่มีลูกบ้านคนหนึ่งถามนิติบุคคลว่า “คอนโดของเรารองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้กี่ริกเตอร์?” ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

แอดจึงหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งพบว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบอาคารให้รองรับแผ่นดินไหว ได้แก่ กฎกระทรวง พ.ศ. 2550 และ มาตรฐาน มยผ. 1302/61 ซึ่งกำหนดว่า อาคารในกรุงเทพฯ และพื้นที่เสี่ยงต่ำ ต้องสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ในช่วง 4-12% ของน้ำหนักอาคาร 

 

ส่วนอาคารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงปานกลางถึงสูง อย่างในจังหวัดกาญจนบุรีและภาคเหนือ จะต้องรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ 4-15% ของน้ำหนักอาคาร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

นอกจากนี้ โดยทั่วไปแล้ว อาคารในไทยถูกออกแบบให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนที่เทียบเท่ากับแผ่นดินไหวขนาด 7-7.5 ริกเตอร์ ขณะที่แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดมีขนาด 7.7 ริกเตอร์ ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติแผ่นดินไหวที่เคยเกิดขึ้นในปี 2478 ที่น่าน ซึ่งมีขนาด 6.5 ริกเตอร์

 

ดังนั้น บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ อาจทำให้คอนโดและอาคารสูงในไทยต้องปรับมาตรฐานการก่อสร้างให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่าหรือเท่ากับแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความปลอดภัยในโครงสร้างอาคาร เพราะในอนาคตอาจเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงกว่านี้ได้

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย
 

นอกจากนี้ ดีเวลอปเปอร์อาจพิจารณานำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการก่อสร้างจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งมาใช้ในการพัฒนาคอนโดในไทย เช่น การใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว 

 

หรือการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ เช่น แผ่นยางหรือแผ่นเหล็ก ระหว่างฐานรากและตัวอาคาร เพื่อแยกการสั่นสะเทือนของพื้นดินออกจากโครงสร้าง ทำให้ตัวอาคารสั่นไหวน้อยลงเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มความปลอดภัยให้กับคอนโด

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย
 

บทเรียนจากแผ่นดินไหวของนิติบุคคล

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด และอาจส่งผลกระทบต่ออาคารสูง รวมถึงสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างและทรัพย์สินของลูกบ้าน ดังนั้น นิติบุคคลอาคารชุดจึงควรมีมาตรการป้องกันและแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและทรัพย์สินภายในโครงการ

 

1. ระบบแจ้งเตือนลูกบ้าน
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ยังไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ระบบแจ้งเตือนสามารถช่วยให้คนในอาคารหนีออกมาได้ทัน ดังนั้นนิติบุคคลอาจต้องพัฒนาระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวสำหรับลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่ง SMS การแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน หรือสัญญาณเตือนในตัวอาคาร 

 

เพื่อให้ทุกคนรับรู้และอพยพได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่บางคนอาจกำลังหลับอยู่และไม่รู้สึกถึงแรงสั่น หรือบางคนอาจคิดว่าแค่หน้ามืด การมีระบบแจ้งเตือนที่ชัดเจนและรวดเร็วจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกบ้านและลดความตื่นตระหนกเวลาฉุกเฉิน

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

2. การซ้อมแผนรับมือแผ่นดินไหว
คอนโดส่วนใหญ่จะมีการซ้อมหนีไฟกันเป็นประจำ แต่การซ้อมอพยพในกรณีแผ่นดินไหวยังไม่ค่อยมี หรืออาจมีน้อยมาก ทั้งที่วิธีการเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหวกับไฟไหม้แตกต่างกัน 

 

นิติบุคคลจึงควรจัดให้มีการซ้อมอพยพแผ่นดินไหวอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้ลูกบ้านรู้วิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง เช่น การหมอบลง ป้องกันศีรษะ และหาที่กำบังที่มั่นคง รวมถึงการใช้เส้นทางอพยพที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ควรติดป้ายบอกทางหนีภัยและจุดรวมพลให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนอพยพได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยที่สุด

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

3. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารเป็นประจำ
เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับลูกบ้าน นิติควรให้วิศวกรโครงสร้างเข้าตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารอย่างน้อยทุก 5 ปี หรือบ่อยกว่านั้นในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว และหากพบว่าอาคารมีรอยร้าวที่มีผลกระทบต่อโครงสร้าง ควรรีบดำเนินการซ่อมแซมโดยทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

4. การช่วยเหลือลูกบ้านกรณีห้องพักได้รับความเสียหาย
หากแผ่นดินไหวส่งผลให้ห้องพักของลูกบ้านได้รับความเสียหาย นิติบุคคลควรมีแผนรับมือ เช่น การจัดหาพื้นที่พักพิงชั่วคราว หรือช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งซ่อมแซม นอกจากนี้ นิติควรมีการประสานกับบริษัทประกันภัย หรือช่วยให้คำปรึกษา เพื่อให้ลูกบ้านสามารถเคลมความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

บทเรียนจากแผ่นดินไหวของผู้ซื้อ

หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว หลายคนเริ่มมองหาบ้านหรือทาวน์โฮมมากขึ้น แต่ด้วยความที่หมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่อยู่นอกเมือง จึงไม่เหมาะกับคนทำงานในเมืองที่ไม่มีรถส่วนตัว หรือไม่อยากเดินทางไกล คอนโดใจกลางเมืองหรือตามแนวรถไฟฟ้าจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่า แต่จะเลือกซื้อคอนโดยังไงให้มั่นใจว่าแข็งแรงและปลอดภัยหากเกิดแผ่นดินไหว? ตามไปดูกันเลยย!

 

1. เช็กให้ชัวร์ คอนโดรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้เท่าไหร่

แม้ว่าจะไม่มีกฎหมายที่ระบุชัดเจนว่าคอนโดหรืออาคารสูงต้องรองรับแผ่นดินไหวได้กี่ริกเตอร์ แต่ทุกโครงการต้องออกแบบตามมาตรฐานวิศวกรรมที่กำหนด ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ ควรถามเซลล์ให้แน่ชัดว่าคอนโดรองรับแรงสั่นสะเทือนได้กี่เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักอาคาร และเทียบเท่ากับแผ่นดินไหวขนาดกี่ริกเตอร์ เพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

2. การตรวจสอบโครงสร้าง

แม้อาคารจะถูกออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเทือน แต่โครงสร้างก็ต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอยู่เสมอ จึงควรเลือกคอนโดที่มีแผนตรวจสอบโครงสร้างเป็นประจำ หรืออย่างน้อยทุก 5 ปี และดูว่าโครงการใช้วัสดุและเทคนิคการก่อสร้างที่ช่วยให้โครงสร้างมีความเหนียวและยืดหยุ่นหรือไม่?

 

เพราะเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ตัวอาคารจะต้องเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้โครงสร้างโยกและเกิดแรงเฉือน หากอาคารแข็งเกินไปและไม่มีความยืดหยุ่น โครงสร้างอาจแตกร้าวหรือพังถล่มได้ง่าย แต่ถ้าอาคารมีความเหนียวและยืดหยุ่น ก็จะช่วยให้โครงสร้างดูดซับและกระจายแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น ลดโอกาสที่อคารจะถล่มลงมา

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

3. แผนรับมือเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ ดังนั้นเวลาจะซื้อคอนโด จำเป็นต้องเลือกโครงการที่มีแผนรับมือแผ่นดินไหว รวมถึงเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน เช่น มีทางหนีไฟและจุดรวมพลที่ชัดเจน มีระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินและการซักซ้อมหนีภัย ตลอดจนนิติบุคคลมีแนวทางช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยหลังเกิดเหตุ 

 

อีกทั้งแผ่นดินไหวครั้งนี้ยังทำให้เราได้เห็นแล้วว่าดีเวลอปเปอร์แต่ละค่าย มีแนวทางรับมือกับสถานการณ์ยังไง เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและความใส่ใจต่อผู้อยู่อาศัยในระยะยาว และถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโด

บทเรียนจากแผ่นดินไหว กับความปลอดภัยที่สะเทือนคอนโดไทย

 

แผ่นดินไหวในครั้งนี้มีผลกระทบต่อตลาดคอนโดไทยเป็นอย่างมาก และเชื่อว่านี่จะเป็นบทเรียนให้กับดีเวลอปเปอร์ในการพัฒนาโครงการให้มีความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น ส่วนนิติบุคคลก็ต้องมีแผนรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันผู้ซื้อก็จำเป็นต้องนำปัจจัยเรื่องแผ่นดินไหวเข้ามาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

บ้าน Precast มีข้อดี ข้อเสีย ยังไง

นิติบุคคล คืออะไร จำเป็นไหมที่ต้องมี

ประกันอัคคีภัย แท้จริงแล้วคุ้มครองอะไรบ้าง?

รวมวิธีป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ปลอดภัยทั้งคนและบ้าน

 

>> ช่องทางในการติดตามข่าวสาร <<
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ @livinginsider ที่นี่

Article Other

livinginsider livinginsider